เด็กที่เป็นออทิสติก กับการพัฒนาการด้านสังคมทั่วไป

เด็กออทิสติกคือ เด็กที่มีการทำงานของระบบประสาทที่แตกต่างจากเด็กปกติ ไม่ว่าจะเป็นระบบประสาทการสั่งการหรือระบบประสาทอื่นๆ ต่างก็มีความซับซ้อนมากกว่าเด็กโดยทั่วไป ซึ่งลักษณะแบบนี้จะปรากฏชัดเจนเมื่อเขาเริ่มเติบโตขึ้น ในช่วงแรกของการเป็นทารกอาการออทิสติก จะยังไม่ปรากฏให้เห็นมากนัก แต่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นสำรจด้านพัฒนาการทางร่างกาย และสติปัญญาโดยเริ่มต้นจากการสังเกตพฤติกรรมว่าสอดคล้องกับพัฒนาการที่ควรจะเป็นไปมากน้อยเพียงใด ตัวอย่างเช่น โดยทั่วไปแล้วเด็กในช่วงวัยหนึ่งจะเริ่มพูดอ้อแอ้ แต่ถ้าเด็กที่มีอาการออทิสติกพวกเขาจะไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้

และถ้าผ่านพ้นระยะเวลา 12 เดือนไปแล้ว เด็กคนนั้นยังคงไม่เปล่งวาจาอยู่ ในกรณีเช่นนี้ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องอย่างทันท่วงทีแต่สิ่งนี้ก็ไม่ใช่ปัจจัยที่จะนำไปตัดสินได้ว่าเด็กคนนั้นมีภาวะออทิสติก เป็นเพียงการสันนิษฐานขั้นพื้นฐานเท่านั้น เพราะปัจจัยที่ก่อให้เกิดอาการออทิสติกนั้นต้องประกอบไปด้วยเหตุผลหลายสาเหตุ ทั้งนี้ก็ต้องมาจากการสังเกตพฤติกรรมการวินิจฉัยอย่างละเอียดทั้งทางร่างกาย การซักถามประวัติของพ่อแม่รวมไปถึงการสังเกตพฤติกรรมต่างๆ ด้วยซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการประเมินผลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จึงจะสามารถตัดสินได้ว่าเด็กคนนั้นมีอาการออทิสติกอย่างจริงแท้

autistic child with general

 

พัฒนาการด้านสังคม

โดยส่วนมากแล้วในกลุ่มเด็กที่มีอาการออทิสติกแล้ว พัฒนาการในด้านสังคมของพวกเขาจะช้ากว่าเด็กโดยทั่วไป บางรายก็สามารถอยู่ร่วมกันกับเพื่อนในสังคมได้โดยปกติ แต่บางรายก็มีอาการกลัวการเข้าสังคมโดยปริยาย ดังนั้นก็ต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีการ และเทคนิคเฉพาะด้านโดยเริ่มต้นนั้นต้องประเมินก่อนว่าควรจะใช้แนวทางใดในการรักษาอาการให้ตรงจุดมากที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นประโยชน์ของตัวเด็กที่ได้รับการรักษาเองดังนั้นก็ต้องค่อยๆ ประเมินผลกันไปเรื่อยๆ แล้วรักษาอย่างค่อยเป็นค่อยไป

autistic child with general

พัฒนาการด้านอารมณ์

การพัฒนาด้านอารมณ์ถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการดำเนินชีวิตของเด็กที่มีอาการออทิสติกเป็นอย่างมาก เพราะในบางอารมณ์พวกเขาจะแสดงออกด้วยวิธีการพิเศษ ตัวอย่างเช่นเมื่อเกิดความรู้สึกโกรธอาจจะแสดงท่าทีที่รุนแรงหรือบางคนก็อาจจะเก็บตัวเงียบ ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกความรู้สึกที่ทำให้พวกเขาไม่พอใจเด็กกลุ่มนี้จะสื่อสารออกมาผ่านทางการกระทำให้พวกเราเห็นได้อย่างชัดเจนกว่าเด็กปกติทั่วไปด้วยซ้ำ ดังนั้นคนที่ดูแลไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ คุณครู หรือเพื่อนก็ต้องหมั่นสังเกตพฤติกรรมของพวกเขาด้วย

 พัฒนาการด้านสติปัญญา

การพัฒนาด้านความคิดวิเคราะห์คิดสังเคราะห์ก็จำเป็นอย่างมากต่อเด็กกลุ่มนี้ เพราะพวกเขามีศักยภาพเพียงพอที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ แต่เราต้องใช้เทคนิควิธีการอีกรูปแบบหนึ่ง ตามความเหมาะสมเพื่อให้พวกเขาได้ฝึกกระบวนการคิด และที่สำคัญการฝึกฝนต้องเป็นไปอย่างสม่ำเสมอในเวลาที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับรู้ของพวกเขาด้วย ที่สำคัญก็ควรกระตุ้นให้เด็กกลุ่มนี้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

จากข้อความที่กล่าวมาข้างต้นนั้นแสดงให้เห็นแล้วว่าเด็กออทิสติกก็สามารถดำเนินชีวิตร่วมกับคนอื่น ในสังคมรูปแบบต่างๆ ได้ และสามารถมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงเหมือนคนทั่วไปได้ เพียงแต่พวกเขาต้องได้รับการพัฒนาทางด้านร่างกาย และต้องได้รับการกระตุ้นความคิดความอ่านอยู่เสมอ

ดังนั้นเด็กกลุ่มนี้ก็สามารถมีช่วงชีวิตที่ยาวนานเป็นเหมือนคนปกติทั่วไป เพียงแค่ร่างกาย และการรับรู้รวมทั้งการแสดงออกนั้น จะพิเศษกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มีความรู้สึกสามารถเรียน และเล่นได้เหมือนกันกับเพื่อนวัยเดียวกัน และพวกเขาก็ต้องการความรักความเอาใจใส่ ต้องการสังคมเพื่อนฝูงเหมือนกับเด็กกลุ่มอื่นด้วย