Good Doctor หนังดี…สะท้อนมุมมองของเด็กออทิสติคได้เป็นอย่างดี

เรื่องราวของนายแพทย์หนุ่มผู้เป็นออทิสติก เขาเริ่มต้นงานในโรงพยาบาล จากความช่วยเหลือของผู้อำนวยการที่เอ็นดูเขามาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เขาต้องการคือ พิสูจน์ตัวเองให้ผู้คนได้เห็นว่าอาการออทิสติกของเขาไม่ได้ทำให้เขาด้อยประสิทธิภาพลง แต่กลับเป็นจุดเด่น ทำให้การวินิจฉัยโรครวมทั้งการรักษาในด้านต่างๆ เป็นไปในแบบที่คนธรรมดาคาดไม่ถึง

 

Continue reading » Good Doctor หนังดี…สะท้อนมุมมองของเด็กออทิสติคได้เป็นอย่างดี

การ์ตูน และเกม อีกหนึ่งสื่อที่สามารถช่วยเด็กออทิสติกให้มีพัฒนาการที่ดีได้

‘ออทิสติก’ คือ กลุ่มอาการบกพร่องทางพัฒนาการอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ซึ่งคุณพ่อ – คุณแม่ หลายต่อหลายคน มีความรู้สึกวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย เมื่อถึงคราวลูกที่เป็นออทิสติกต้องเข้าโรงเรียน สำหรับปัญหานี้ให้ผู้มีความรู้ในประเทศไทยหลายส่วน กำลังช่วยกันหาตัวช่วยเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก ตลอดจนค้นหาสื่อเพื่อนำมาเสริมสร้างพัฒนาการการเรียนรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังเร่งมือพัฒนา เพื่อให้เด็กออทิสติกมีพัฒนาการอย่างเป็นขั้นตอน เห็นผล จนกระทั่งสามารถเรียนรู้ร่วมกับเด็กปกติได้

Continue reading » การ์ตูน และเกม อีกหนึ่งสื่อที่สามารถช่วยเด็กออทิสติกให้มีพัฒนาการที่ดีได้

อลอนโซ่ เคลมอนส์ ออทิสติกอัจฉริยะ ด้านศิลปะ

การที่เป็นออทิสติกไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้นจะไม่สามารถนำพรสวรรค์ต่างๆ ที่ติดตัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับตนเองหรือสังคมได้ จะว่าไปแล้วความพยายามของพวกเขาเหล่านี้มีความตั้งใจมากกว่าคนธรรมดาอย่างเราๆ ด้วยซ้ำ เนื่องด้วยคนที่เป็นโรคออทิสติกจะรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถทำงานได้ปกติเหมือนคนอื่นทั่วไป ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องใช้ความสามารถที่มีเพื่อสร้างสิ่งดีๆ ให้กับคนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสามารถในตัวเขา งานด้านศิลปะเองก็ถือเป็นงานอีกแขนงหนึ่งที่นอกจากการมีพรสวรรค์แล้วก็จำเป็นต้องหมั่นฝึกฝนเรียนรู้ในสิ่งต่างๆ อยู่บ่อยครั้งเพื่อให้เกิดความชำนาญต่อการสร้างงานดีๆ ออกมา คนทั่วไปอาจคิดว่างานศิลปะคงเป็นสิ่งที่ยากสำหรับเดก็ออทิสติกอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่กำลังคิดอยู่นั้นเป็นสิ่งที่ผิดเพราะคนป่วยออทิสติกก็สามารถสร้างงานศิลปะสวยๆ ได้แถมยังสร้างออกมาได้สวยงามกว่าคนปกติอีกด้วยซ้ำ หนึ่งสนคนเป็นออทิสติกอัจฉริยะด้างงานศิลปะมีชื่อว่า อลอนโซ่ เคลมอนส์ Continue reading » อลอนโซ่ เคลมอนส์ ออทิสติกอัจฉริยะ ด้านศิลปะ

ในต่างประเทศนั้นมองเด็กออทิสติกเช่นไร

อาการออทิสติกถือเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของโลกใบนี้ก็ตาม เนื่องจากเป็นอาการทางด้านสมองที่จะเริ่มต้นสังเกตได้ตั้งแต่อายุราว 3-4 ขวบ ซึ่งเด็กเหล่านี้จะเกิดปัญหาหลักๆ กับตัวเองประกอบไปด้วย การมีปัญหาด้านการเข้าสังคม ภาษา การสื่อสาร การมีปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ หากเด็กๆ มีอาการเหล่านี้นั่นทำให้อาจมองได้ว่าพวกเขามีโอกาสป่วยเป็นออทิสติก และหากนับจำนวนกันทั่วโลกแล้วมีผู้ป่วยออทิสติกอยู่บนโลกใบนี้ประมาณ 35 ล้านคน ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเหมือนกัน Continue reading » ในต่างประเทศนั้นมองเด็กออทิสติกเช่นไร

พฤติกรรมอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าเด็กอาจจะเป็นออทิสติก

    พ่อแม่ทุกคนเมื่อลูกเกิดมาแล้วก็ย่อมอยากให้เขาเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เติบโตเป็นคนที่ดีของสังคมต่อไป แต่บางครั้งคนเราเองก็ไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าเด็กที่เกิดมานั้นจะมีร่างกายหรือสติปัญญาที่ครบถ้วนหรือไม่ เด็กบางคนเกิดมาก็อาจจะมีส่วนที่ขาดหายไปซึ่งนั่นก็ต้องเป็นปัจจัยที่พ่อแม่ทุกคนต้องเอาใจใส่ให้มากที่สุด และเด็กบางคนนั้นก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นเด็กออทิสติกเหมือนกันซึ่งตรงจุดนี้พ่อแม่เองก็สามารถที่จะสังเกตจากพฤติกรรมได้ ส่วนพฤติกรรมเหล่านี้ก็บ่งบอกว่าเด็กคนนั้นอาจจะเป็นออทิสติก

พัฒนาการทางด้านภาษา

เด็กที่มีแนวโน้มจะเป็นออทิสติกนั้นจะมีพัฒนาการทางด้านภาษาที่แตกต่างจากเด็กคนอื่น นั่นคือ จะพูดซ้ำ หรือพูดช้ากว่าเกณฑ์ปกติที่เด็กทั่วไปควรจะพูดกัน พูดด้วยภาษาที่ตัวเองเข้าใจอยู่คนเดียว คนอื่นไม่สามารถเข้าใจหรือว่ารับรู้ที่สิ่งที่ต้องการจะสื่อได้ พูดแบบติดๆ ขัดๆ พูดแบบไม่ค่อยชัดถ้อยชัดคำ หรืออาจจะพูดด้วยน้ำเสียงที่มีลักษณะแปลกๆ ก็เป็นได้

พัฒนาการทางด้านสังคม

เด็กที่มีแนวโน้มเป็นออทิสติกนั้นจะค่อนข้างเป็นเด็กที่มีโลกส่วนตัวสูง ไม่ค่อยอยากที่จะปฏิสัมพันธ์ด้านสังคมกับใครสักเท่าไหร่นัก ไม่สบตา ไม่มองหน้าคนรอบข้าง ไม่สื่อสารในสิ่งที่ตัวเองต้องการ อาทิ ไม่บอกว่าต้องการกินอะไร ไม่มีอารมณ์ใดๆ ผ่านสีหน้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเศร้า ดีใจ หัวเราะ ชอบอยู่คนเดียวและไม่อยากให้ใครมายุ่งเกี่ยวด้วย ไม่ยอมทัก ไม่พูด ไม่ยิ้ม ถามอะไรไม่ค่อยตอบ หรือเด็กบางคนถึงขั้นวิ่งหนีเมื่อมีคนเข้ามาทักทาย ไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใคร และไม่ยอมมีเพื่อนตามวัยที่ตัวเองควรจะมี

พัฒนาการทางด้านอื่นๆ

ชอบทำอะไรซ้ำๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าต้องทำอะไรใหม่ๆ เช่น ไม่อยากใส่เสื้อผ้าตัวใหม่ ต้องการที่จะใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สีเดิม ที่เคยใส่มาแล้ว ชอบทำอะไรให้เป็นระเบียบเรียบร้อยผิดวิสัยของเด็กทั่วๆ ไป จดจ่ออยู่กับสิ่งของเฉพาะส่วนไม่ได้มององค์ประกอบโดยรวม เช่น เด็กทั่วไปสนใจพัดลมว่ามันคือพัดลม แต่เด็กออทิสติกจะสนใจแต่ใบพัดที่มันสามารถหมุนได้ รวมไปถึงไม่ยอมเล่นบทบาทสมมุติตามวัยที่ตัวเองควรจะเล่น

หากพบว่าเด็กในความดูแลของคุณมีพัฒนาการหรือพฤติกรรมต่างๆ ข้างต้นนี้ให้ลองไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อปรึกษาและหาวิธีในการแก้ไขน่าจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพื่อให้รู้ว่าจริงๆ แล้วเด็กเป็นอะไรกันแน่ เพื่อที่จะได้รักษาได้ตรงจุด

ออทิสติกเทียม คืออะไร และเกิดขึ้นจากสาเหตุได

ของเด็ก หากพูดถึงโรคออทิสติกทุกคนก็น่าจะรู้จักกันดีว่านี่คือโรคที่เกิดจากพัฒนาการทางสมองที่บกพร่องทำให้เด็กคนนั้นมักจะมีพฤติกรรมที่ชอบทำอะไรซ้ำๆ และทำอย่างจำกัดจนทำให้สมองรวมไปถึงร่างกายขาดการพัฒนาที่ควรจะเป็นไปตามวัย ส่งผลให้การเรียนรู้ในด้านต่างๆ จะค่อนข้างช้ากว่าเด็กทั่วไปที่เราเห็นกันอยู่ อย่างไรก็ตามคำว่าโรคออทิสติกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เด็กที่พัฒนาการทางสมองช้าเพียงอย่างเดียว เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักกับคำว่า “โรคออทิสติกเทียม” อย่างแน่นอน

โรคออทิสติกเทียม ก็คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมองเช่นเดียวกับโรคออทิสติกปกติ แต่ความแตกต่างกันก็คือสาเหตุของการเป็นโรคที่จะไม่เหมือนกัน โดยออทิสติกเทียมนั้นเกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ทำอย่างไม่ถูกต้อง จะต่างกับเด็กที่เป็นออทิสติกปกติโดยจะเป็นมาจากการพัฒนาของร่างกายและสมองของเด็ก ซึ่งตรงนั้นสามารถเป็นได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาหรือตั้งแต่แรกเกิด ทว่าออทิสติกเทียมสามารถเป็นได้เมื่อเด็กเกิดมาแล้วแต่มีวิธีการดูแลที่บกพร่อง

เทคนิคการเลี้ยงดูเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นโรคออทิสติกเทียม

  1. อย่าปล่อยให้เด็กได้ดูทีวีหรือว่าเล่นมือถือ แท็ปเล็ต นานจนเกินไป เนื่องจากกว่าการที่เด็กจดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เขาขาดการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น และจะไม่รู้จักการสื่อสารที่ดีกับคนอื่นๆ ด้วย
  2. ให้เด็กได้เล่นของเล่นเพื่อเป็นการเสริมสร้างสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ เน้นว่าให้เขาได้เล่นทีละชนิด อย่าปล่อยให้เลือกเล่นหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน เพราะอาจทำให้เขารู้สึกเกิดความสับสน อีกทั้งการให้เล่นทีละอย่างยังเป็นการฝึกสมาธิให้รู้จักเลือกเล่นทีละชนิดด้วย
  3. พยายามพูดกับเด็กบ่อยๆ โดยค่อยๆ พูดแบบช้าๆ ชัดๆ เพื่อให้เด็กได้รู้จักและเรียนรู้การออกเสียง พร้อมทั้งเป็นการเลียนแบบพฤติกรรมด้วย
  4. พยายามฝึกให้หยุดร้องไห้แบบงอแงเมื่อเด็กมีอาการไม่ได้ดั่งใจหรือว่างอแงแบบไม่มีเหตุผล พร้อมกันนี้เมื่อเขาสามารถทำในสิ่งที่ถูกต้องหรือสิ่งที่ควรทำก็ต้องมีการให้ร่างกายเป็นการชมเชยด้วย
  5. พ่อแม่หรือผู้ปกครองที่เลี้ยงดูจะต้องมีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ที่เด็กทำด้วย ไม่ว่าเขาจะทำอะไรอยู่ก็ตาม เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมีคนสนใจและรู้สึกว่าไม่โดดเดี่ยว

การเลี้ยงดูเด็กนับว่าเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนจำเป็นต้องให้ความสำคัญ เลี้ยงดูให้ถูกวิธีเพื่อไม่ให้เด็กนั้นกลายเป็นออทิสติกเทียมและจะส่งผลกับเขาในอนาคตอย่างแน่นอน

รายละเอียดโรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษ

เด็กพิเศษ ถือว่าเป็นเด็กที่จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลมากกว่าเด็กธรรมดาทั่วๆ ไป เนื่องจากว่าเด็กพิเศษเหล่านี้จะมีพัฒนาการที่ค่อนข้างจะแตกต่างกับเด็กอื่นๆ เอาง่ายๆ ว่ามีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กทั่วไปมาก มีโลกส่วนตัวสูง มักจะชอบทำกิจกรรมอะไรคนเดียว ไม่ค่อยสนใจสังคม และอื่นๆ ซึ่งถ้าหากปล่อยเด็กพิเศษโดยที่ไม่ได้รับการเหลียวแลจากพ่อแม่ผู้ปกครองหรือครูที่โรงเรียนอย่างใกล้ชิด ก็อาจจะทำให้เด็กมีปัญหาขึ้นมาได้ เพราะฉะนั้นการที่พ่อแม่ที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษก็ต้องการที่จะส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนที่ไว้ใจได้ เชื่อมั่นได้ว่าเป็นโรงเรียนที่สามารถดูแลลูกของเขาได้จริงๆ ต่อไปนี้คือรายชื่อโรงเรียนบางส่วนที่เหมาะสำหรับเด็กพิเศษซึ่งพ่อแม่สามารถส่งบุตรหลานของท่านไปเรียนได้อย่างสบายใจ

  1. โรงเรียนปัญญาวุฒิกร – ตั้งอยู่ที่ซอย 7 ถ.เทศบาลนฤมาล ประชานิเวศน์ 1 จตุจักร กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-589-5762 ถือว่าเป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นมาและเป็นมูลนิธิช่วยเหลือคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทยด้วย นั่นจึงทำให้มั่นใจได้ว่าการที่จะส่งเด็กพิเศษเข้าไปเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้จะได้รับการดูแลจากครูและบุคลากรคนอื่นๆ ในโรงเรียนเป็นอย่างดี อีกทั้งโรงเรียนแห่งนี้ยังมักมีผู้ใจบุญที่เข้าไปช่วยบริจาคและเลี้ยงอาหารกลางวันอยู่เสมออีกด้วย ถือว่าเป็นโรงเรียนอันดับต้นๆ ที่น่าส่งเด็กพิเศษไปเรียนเป็นอย่างมาก
  2. โรงเรียนจิตตเมตต์ – ตั้งอยู่ที่ ถนนทุ่งมั่งกร 12 ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-884-1303 เป็นโรงเรียนที่จะเน้นเรื่องของพัฒนาการสำหรับเด็กเป็นสำคัญ โดยทางโรงเรียนเน้นอยู่เสมอว่าพัฒนาการที่ดีของเด็กจะต้องเริ่มต้นจากการศึกษา เพราะฉะนั้นที่นี่เด็กพิเศษจะได้เรียนรู้ในการเข้าสังคมอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ที่สำคัญบรรยากาศภายในโรงเรียนยังค่อนข้างร่มรื่น น่าอยู่เป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกสนุกกับการเรียนหนังสือและการมีเพื่อนที่ดี
  3. โรงเรียนเพลินพัฒนา – ตั้งอยู่ที่ ถนนสวนผัก ทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-885-2670-5 ถือว่าเป็นอีกโรงเรียนที่ค่อนข้างจะให้ความสนใจในการรับเด็กพิเศษเพื่อเข้าเรียน เน้นในเรื่องของการให้ทำกิจกรรมควบคู่ไปกับการเรียนอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กพิเศษเหล่านี้ได้รู้สึกว่าสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้นคือสิ่งที่เด็กๆ ทั่วไปเขาก็ทำด้วยเช่นเดียวกัน พยายามสอนให้รู้จักการเรียนรู้เพื่อที่จะอยู่ในสังคม นอกจากนี้ยังมีสื่อการสอนหลากหลายประเภทให้ได้เรียนรู้กันอย่างสนุกสนานด้วย
  4. โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ม.สวนดุสิต – ตั้งอยู่ที่ ถ.นครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-241-5590 เป็นโรงเรียนอีกแห่งที่มีการรับสอนเด็กพิเศษโดยเฉพาะ เน้นให้เด็กทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกัน มีสุขภาพกายและจิตที่ดี สามารถพัฒนาไปตามศักยภาพในหลักสูตรที่ทางโรงเรียนได้กำหนดเอาไว้

การสังเกตพฤติกรรมของเด็กที่มีแนวโน้มเป็นออทิสติก

โรคออทิสติกนั้นถือว่าเป็นโรคที่สร้างความน่าเวทนาและความสงสารให้กับเด็กที่เป็นรวมถึงพ่อแม่ที่มีลูกเป็นโรคนี้อย่างมาก เหตุผลก็เนื่องมาจากโรคออทิสติกนั้นเป็นโรคที่เกิดจากพัฒนาการที่ผิดพลาดของเด็ก ซึ่งก็จะมีลักษณะอาหารที่แตกต่างกันออกไป ไม่ได้เกิดจากการป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่งแต่จะเป็นได้ตั้งแต่แรกเกิดเลยทีเดียว ซึ่งแนวโน้มที่จะสามารถสังเกตได้ว่าเด็กคนไหนมีโอกาสที่จะเป็นออทิสติกก็เกิดมาจากเรื่องของพฤติกรรม ซึ่งในความเป็นจริงนั้นอาการของโรคออทิสติกจะเริ่มแสดงออกมาตั้งแต่อายุ 3 เดือนเป็นต้นไป และจะเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อเด็กมีอายุครบ 2 ขวบ

ซึ่งสาเหตุของการเกิดดรคออทิสติกนั้นหลายๆ คนก็น่าจะเข้าใจดีว่าส่วนมากมันเกิดจากจากพันธุกรรมที่ผิดเพี้ยนไปจากคนปกติ ซึ่งแน่นอนว่าการสังเกตในเรื่องพฤติกรรมของเด็กเหล่านี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่พึงที่จะกระทำเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้ได้รู้ว่าลูกของเรานั้นมีความเสี่ยงในการเป็นออทิสติกหรือว่ากำลังเป็นออทิสติกหรือไม่ เริ่มต้นง่ายๆ เมื่อเด็กมีอายุได้ประมาณ 3 เดือนให้ลองสังเกตพฤติกรรมทางกาย เด็กปกตินั้นเมื่อเริ่มรู้เรื่องจะต้องมีการตอบโต้หรือพยายามพูดคุยกับพ่อแม่ มีอารมณ์สนุกสนาน ยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ สามารถเริ่มจดจำหน้าของพ่อแม่ได้ มีการตอบสนองได้ด้านต่างๆ แต่ถ้าหากว่าเด็กที่มีอาการออทิสติกนั้นจะมีพฤติกรรมที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง จะไม่พูด ไม่มีการกระทำใดๆ มีอาการเฉยๆ เมื่อได้เห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว มักจะทำอะไรซ้ำๆ แบบเดิม เช่น ร้องเพลงเดิมๆ วนไปวนมา ซึ่งตรงจุดนี้สามารถที่จะสังเกตได้อีกคือเรื่องพฤติกรรมในการเข้าสังคม เรื่องของการพยายามจะสื่อสารกับคนอื่นว่าเป็นไปอย่างที่เด็กทั่วๆ ไปเป็นหรือไม่ ซึ่งพฤติกรรมอื่นๆ ที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเด็กมีแนวโน้มเป็นออทิสติกหรือไม่จะมีดังนี้

ดูดนมไม่ปกติ, มีพฤติกรรมเงียบเฉย, ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยว, ไม่มีอาการหรือส่งเสียงเรียกเพื่อขอความช่วยเหลือใดๆ, ไม่สบตากับคนอื่น, ไม่อยากให้ใครอุ้ม, ไม่มีการตอบสนองทางด้านของอารมณ์, ไม่พยายามเลียนแบบใคร, ไม่ร้องเสียงอ้อแอ้, ชี้นิ้วไม่เป็น, ไม่เรียกคนอื่นให้มาเล่นด้วย, ไม่มีอาการใดๆ ทั้งสิ้นเมื่อถูกชักชวน, ไม่แสดงอาการใดๆ เมื่อรู้สึกดีหรือว่าเจอคนที่ถูกใจ ขณะที่บางคนก็จะแสดงออกมาเกินกว่าปกติที่ควรจะเป็น, คิดอะไรซ้ำๆ หรือติดพันกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำๆ หรือไม่สามารถเข้าร่วมอะไรกับผู้อื่นได้ ก็เป็นพฤติกรรมที่บ่งชี้ได้เหมือนกัน

true

เด็กออทิสติกแปลเปลี่ยนชีวิตตัวเองกลับมาเหมือนคนปกติได้

true

ถ้าหากถามถึงในปัจจุบันนี้คนไทยส่วนใหญ่มีการเกิดแก่จับตายเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งการเกิดใหม่ของเด็กไทยในปัจจุบันนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบหรือที่เราเรียกว่าเด็กออทิสติกซึ่งก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยว่าเด็กออทิสติกคืออะไรคือเด็กที่มีปัญหาทางสมองที่ไม่สมบรูณ์เต็มร้อยซึ่งก็มีหลายปัจจัยเสี่ยงเช่นกันที่จะทำให้เกิดเด็กที่มีปัญหาทางด้านนี้ซึ่งปัจจัยที่จะเป็นได้ก็ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่เพราะว่าในการตั้งท้องนั้นถ้าพ่อแม่ไม่สมบรูณ์ก็อาจจะทำให้ลูกที่ออกมานั้นร่างกายไม่แข็งแรงมากและก็มีอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเป็นที่ตัวพ่อแม่เองที่ดูแลตนเองไม่ดีแล้วส่งผลให้เด็กในท้องเป็นแบบนั้นแต่ๆจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรถูกหรือผิดหลอกในด้านหลังของวิทยาศาสตร์ถ้าหากถามว่าเด็กออทิสติกแปลเปลี่ยนชีวิตตัวเองกลับมาเหมือนคนปกติได้ไหมเราบอกเลยว่าในหลักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้เท่าไหร่แต่ก็มีการยับยั้งไม่ให้รามไปมากกว่าเดิมได้แต่ในหลักแง่ความเป็นจริงนั้นเด็กออทิสติกนั้นเด็กที่ไม่สามารถรับรู้หรือฟังภาษาของคนปกติได้แต่อีกส่วนนึงก็มีเด็กบางคนที่มีปัญหาทางสมองแล้วสามารถที่จะรับฟังหรือคำสั่งที่บอกพูดภาษาทั่วๆ ไปแล้วสามารถเข้าใจได้เองแต่ต้องใช้การพูดหรือการบอกหลายๆ ครั้งหน่อยเพราะว่าประสาทการคิดคำนวณของเขานั้นช้ากว่าคนปกติถึง 2 เท่าเลยทำให้เข้าใจได้ยากหน่อยแต่ถ้าหากถามถึงว่าเด็กพวกนี้นั้นสามารถอยู่ร่วมในสังคมไทยได้หรือไม่เราก็ขอตอบเลยว่าได้ แต่ต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของญาติของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด นี่ก็คือเนื้อหาที่ตอนนี้สังคมไทยกำลังพูดถึงและกำลังเป็นที่จับตามองว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่

aspx

ปัญหาเด็กออทิสติกที่สังคมกำลังมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กอัจฉริยะ

aspx

ในสังคมไทยตอนนี้นั้นกำลังมองว่าปัญหาเด็กออทิสติกที่สังคมกำลังมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กอัจฉริยะได้หรือไม่จริงๆ แล้วปัญหาเด็กออทัสติกนั้นเกิดขึ้นได้เลยปัจจัยหลายสาเหตุไม่ใช่เกิดกับตัวเด็กเองเพียงคนเดียวจริงๆ แล้วนั้นเกิดจากตัวพ่อแม่นั้นเองว่าตอนต้องท้องนั้นได้ทำอะไรไปมั่งแล้วมันส่งผลกระทบกับตัวเด็กน้องท้องหรือไม่เวลาออกมานั้นถึงได้เป็นเด็กมีปัญหาหรืออีกอย่างก็คือเด็กออทิสติกแต่ก็มีการวิจัยมาว่าเด็กออทิสติกสามารถรักษากลับมาเป็นเหมือนคนปกติได้แล้วมีโอกาสกลับมาเป็นเด็กอัจฉริยะเหนือกว่าคนปกติทั่วๆ ไปอีกด้วยซึ่งผลการตรวจวิจัยนั้นก็ได้มีมากและแพร่หลายเข้าไปในหลายๆ ประเทศให้เกิดในการคิดว่าเคราะห์และแนวทางของเด็กที่มีปัญหาทางด้านสมองว่าถ้าให้เด็กที่มีปัญหาทางด้านสมองมาคิดคำนวณเลขบวกลบคูณหารว่ามันจะสามารถทำได้ไหมผลสรุปออกมาว่าเด็กนั้นสามารถทำได้แต่ก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไปแตกต่างจากปกปกติโดยทั่วไปแต่ถามว่าทางด้านระบบประสาทของสมองยังรับการสั่งการอยู่หรือไม่ยังอยู่ดียังเข้าใจและรับรู้ความหมายได้ซึ่งปัญหานี้นั้นมันก็มีทางออกหรือวิธีทางแก้ซึ่งเราจะสังเกตได้ง่ายๆ เลยว่าออทิสติกนั้นจะมีประสาทความรู้สึกที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วๆ ไปมากเคยมีการสังเกตว่านำเด็กที่มีปัญหาทางสมองและเด็กปกติโดยทั่วๆ ไป มาขังอยู่ในห้องเดียวกันแล้วก็ปิดไฟหลังจากนั้นก็ทิ้งก้อนหินแล้วเราก็มาสังเกตกันว่าปฏิกิริยาของประสาทสัมผัสใครจะเร็วกว่ากันกลับกลายว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาทางสมองมีการตอบสนองที่ไวกว่า 2 เท่า ต่างจากเด็กปกติทั่วไปที่ได้ยินแต่ประสาทกับรับรู้นั้นจะตอบช้ากว่ามากอย่างเห็นได้ชัดเราเลยมองว่าปัญหาเด็กออทิสติกจะเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กอัจฉริยะ