มีงานไดบ้างที่คนเป็นออทิสติกทำได้

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าการเป็นโรคออทิสติกก็คืออาการที่เกิดขึ้นทางสมองตั้งแต่เด็กนั่นหมายความว่าพัฒนาการของเด็กเป็นออทิสติกจะช้าและไม่เหมือนกับเด็กทั่วไปที่มีระดับสมองเติบโตได้ตามวัย พ่อแม่ที่มีลูกป่วยเป็นออทิสติกนอกจากจะมีความเป็นกังวลเรื่องของการใช้ชีวิตสำหรับเด็กแล้วยังเป็นกังวลอีกว่าในอนาคตพวกเขาจะมีงานทำหรือไม่เนื่องจากอาชีพส่วนใหญ่ก็ต้องเลือกใช้งานคนที่มีศักยภาพในการทำงานปกติมากกว่าคนที่มีปัญหาทางด้านสมองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามทุกวันนี้สังคมได้เปิดโอกาสให้กับผู้ที่ป่วยเป็นออทิสติกได้สามารถมีอาชีพเพื่อหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้แล้ว Continue reading » มีงานไดบ้างที่คนเป็นออทิสติกทำได้

เด็กออทิสติก เป็นแล้วรักษาได้

ในสายตาของพ่อแม่แล้ว เชื่อว่าคงอยากให้ลูกของตัวเองที่เกิดมานั้นมีความปกติครบ 32 ประการ อย่างไรก็ดียังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น บางคนก็อาจจะมีความบกพร่องเล็กๆน้อยๆ แต่บางคนอาจจะเป็นมากทีเดียว ความผิดปกติหนึ่งที่พบเจออย่างมากในสมัยนี้คือ การเป็นโรคออทิสติก ที่เป็นแล้วพ่อแม่อย่าเพิ่งถอดใจเพราะสามารถรักษาให้หายหรือเหลือน้อยที่สุดได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

กรกระตุ้นประาทสัมผัส

พ่อแม่ที่มีลูกเป็นออทิสติก อย่างแรกที่พ่อแม่เริ่มต้นเพื่อปรับพื้นฐานของลูกน้อยของเรา ต้องเป็นเรื่องของการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของร่างกาย เริ่มจากการกอดลูกพ่อแม่ควรทำบ่อยๆเพื่อสร้างความอบอุ่นในร่างกาย สองเรื่องของสายตาต้องพยายามให้เค้าสบตาบ่อยเวลาพูด สามเรื่องของหูให้เริ่มจากการกระซิบชื่อของเค้าใกล้ๆเพื่อให้เค้ารู้ว่าเค้าชื่ออะไร จากนั้นก็เพิ่มระยะห่างออกมาเรื่อยๆ สี่เรื่องกลิ่นพ่อแม่ต้องหาอาหาร หรือ สิ่งของต่างๆที่แตกต่างกันมาให้เค้าได้ดมกลิ่นเพื่อแยกแยะ และเรียนรู้สิ่งของไปด้วยในตัว สุดท้ายเรื่องลิ้นก็ทำเช่นกัน

การฝึกด้านสังคม

ถัดจากด้านร่างกายแล้ว ขยับมาที่ด้านสังคมบ้าง เด็กอทิสติกจะมีปัญหาเรื่องการแยกแยะความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่วนมากจะเรียกเหมือนกันหมด อย่างเรียกผู้ชายทุกคนว่าพ่อ  หรือ ผู้หญิงทุกคนเรียกแม่ เลยทำให้พ่อแม่ต้องค่อยๆทำความเข้าใจ แต่ละคนในครอบครัวและใกล้เคียงว่าเป็นใครต้องเรียกอย่างไร เพื่อให้เข้าใจบทบาท

การฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง

เพื่อเป็นการเข้าสังคม(โรงเรียน) คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยเหลือเค้าในการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันต่างๆ เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดร่างกายอย่าง ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน อาบน้ำ เข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง การแต่งกาย โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำ พ่อแม่อาจจะต้องทำสถิติว่าลูกน้อยของเรามักจะปวดเบา ปวดหนักตอนไหนเวลาเท่าไร จะได้สอนเค้าได้ถูกต้องว่า ต้องบอกว่า อึ หรือ ฉี่ เพื่อเข้าห้องน้ำ ส่วนการแต่งตัวอาจจะยากสักหน่อยหากเป็นกระดุม หรือตะขอ ถ้าเป็นได้ควรเริ่มจากเสื้อยืดจะดีกว่าแล้วค่อยฝึกกันไป

การพูดและเปล่งเสียง

เรื่องสำคัญของการฝึกเด็กออทิสติกต้องเป็นเรื่องของการเปล่งเสียง และการพูดสื่อสาร เนื่องจากพวกเค้าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร และการออกเสียง ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องพาไปพบผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออกเสียง เค้าจะมีวิธีหลอกล่อให้อ้าปาก ขยับลิ้นได้ดีจากนั้นเราค่อยมาฝึกกันต่อที่บ้าน นอกจากวิธีที่เราแนะนำไปนี่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี ศิลปะ หรือ อาชาบำบัดก็มี อย่างไรก็ตามขอให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนสู้ๆ และอดทนเอาไว้นะ

อยู่กับเด็กออทิสติกด้วยความเข้าใจ

autistic

เด็กออทิสติกนั้น เป็นกลุ่มเด็กที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไป ซึ่งเราจะต้องเข้าใจในตัวเขาและโลกของเขา เพื่อให้เราสามารถดูแลเขาได้อย่างถูกต้อง และเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เขาได้มีชีวิตที่ดีมีความสุขนั่นเองครับ ในวันนี้ผมจึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับออทิสติกมาฝากคุณผู้อ่านทุกคนครับ

ทำความรู้จักกับออทิสติก

ออทิสติก ถือว่าเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งออทิสติกจะเป็นอาการที่อยู่ในกลุ่ม PDD หรือมีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า Pervasive Developmental Disorders เป็นอาการที่มีความบกพร่องแบบทุกด้าน ซึ่งจะสามารถแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดเมื่ออยู่ในวัยเด็ก คือ การพัฒนาการต่างๆ จะไม่เป็นไปตามปกติอย่างที่เด็กควรจะเป็นนั่นเองครับ โดยพัฒนาการของเด็กที่เป็นออทิสติกนั้น จะไม่สามารถมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้เหมือนกับคนปกติ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านภาษาการสื่อสารและความหมาย หรือแม้แต่พัฒนาการทางด้านสังคมครับ

เข้าใจออทิสติก

การทำความเข้าใจเด็กออทิสติกนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็น เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิด แต่เราจะเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ ซึ่งการทำความเช้าใจเด็กออทิสติกไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใจยอมรับ เพียงแค่เราเข้าใจ เห็นอกเห็นใจสิ่งที่เขาเป็น และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

อยู่ร่วมกันกับเด็กออทิสติก

เด็กออทิสติกนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะมีความบกพร่องในเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ ของร่างกาย แต่เด็กออทิสติกกลุ่มนี้ ก็จะมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ทั่วไปในสังคม เราจะต้องปฎิบัติกับเขาเช่นเดียวกับคนอื่น ไม่มีการแบ่งแยก หรือทำให้เขารู้สึกว่าแปลกไปจากคนอื่น แต่ในทางกลับกัน เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลพวกเขา และเพิ่มเติมความรักความห่วงใยต่างๆ ไปด้วย ถ้ามีโอกาสก็ควรที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพื่อให้เขาได้แสดงความสามารถออกมา และจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีค่า ซึ่งการทำกิจกรรมต่างๆ นั้นถือว่าเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะให้กับเด็กออทิสติก ไปในตัวด้วยนั่นเองครับ

คนเราทุกคนเมื่อเกิดมาอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ไม่สามารถเลือกเกิดได้ว่าต้องการจะเป็นอะไร หรือให้ออกมาเป็นในรูปแบบไหน ดังนั้นเมื่อเกิดอะไรก็ตาม ขึ้นมาแล้วนั้น ตัวเราไม่ว่าจะอยู่ในฐานะพ่อแม่ หรือคนทั่วไปก็ต้องเปิดใจยอมรับสิ่งต่างๆ และเข้าใจในสิ่งที่เป็นและสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าสิ่งนั้นจะผิดปกติไปจากเดิมก็ตาม เพื่อให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขนั่นเองครับ

autisminfo-1

การดูแลและการเรียกเด็กออทิสติกอย่างถูกต้อง

autisminfo-1

ออสทิสติกเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ของมารดา เป็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นจากสมองเนื่องจากการได้รับสารเคมีหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์เข้าไปในร่างกายทำให้การเจริญเติบโตที่ผิดปกติทำให้เกิดการเจริญเติบโตของสมองได้ไม่ดีนัก  เช่น การทานยาที่ไม่พึงประสงค์, การทำแท้ง, รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์เข้าไปมากๆ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กที่อยู่ในท้องและเพิ่มโอกาสเสี่ยงเกิดโรคออทิสติกได้ หากเด็กเกิดขึ้นมาแล้วเราควรดูแลเขาให้ดีกว่าเด็กที่ปกติ 2 เท่า เพราะสมองสั่งการช้า ความคิดของสมองหยุดการพัฒนาไว้ที่ 7 ขวบเท่านั้น รูปร่างที่โตเหมือนเด็กautisminfo-2ทั่วไปอาจจะทำคนอื่นมองดูเด็กลุ่มนี้แปลกไป บางครั้งอาจจะใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพเรียกเด็ก ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่เกิดความไม่พอใจ วันนี้เลยอยากจะมาพูดถึงเรื่องการใช้คำที่ถูกต้องสำหรับเด็กออทิสติก ว่าจะเรียกอย่างไรกันดี ชื่อแรกที่มักจะได้ยินกันบ่อยๆนะครับคือ เด็กพิเศษ ครับ เป็นคำที่ให้ความหมายที่ดีและสุภาพ ส่วนตัวผมพบเด็กพวกนี้จะเข้าไปพูดคุยและช่วยเป็นกำลังใจให้ครอบครัวทุกๆครอบครัว สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เราจะต้องทำมันให้ดีที่สุด เลี้ยงเขาไปจนโต เด็กพิเศษ บางคนกลายเป็นเด็กอัจฉริยะ โดยการเล่น เกมส์บางชนิดที่คนปกตินั้นไม่สามารถเล่นได้ การอยู่การกิน ไม่ได้แตกต่างกับเด็กที่ปกติมากนัก อาหารที่ทานควรจะเป็นอาหารที่มีการย่อยง่าย อย่างเช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊ก เพราะเราไม่รู้เลยว่าบางครั้งเด็กพิเศษจะเคี้ยวข้าวจนละเอียดหรือไม่ ถ้าหากไม่ละเอียดอาจเกิดปัญหาตามมา อย่างเช่น เศษอาหารเข้าไปอุดตันในช่องทางลม ทำให้ระบบการหายใจนั้นไม่สะดวกและเกิดอันตรายได้ ข้อความระวังต่อมา หลีกเลี่ยงอาหารที่มีความแข็ง หรือมีก้าง เช่น ปลาที่มีก้างเยอะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ อาหารที่มีกระดูกแข็งๆก็ควรจะหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาหากเราดูแลไม่ทั่วถึง

การดูแล บำบัดรักษา เด็กออทิสติก อย่างถูกวิธี

              treatment-for-autism  สาเหตุจากโรค ออทิสติก นั้น ยังหาข้อสรุปในทางการไม่ได้ จึงยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทารักษาอาการเหล่านั้น ให้ดีขึ้นได้ หากได้ดูแลรักษาที่ถูกวิธีตั้งแต่ยังเด็ก และ ทำต่อเนื่อง แต่ส่วนนึ่งที่สามารถเรียนรู้ เหมือนกันเด็กๆปกติทั่วไป แต่ปัญหาที่เหลืออยู่ยังไม่สามารถหายขาดได้ อย่างเช่น การปรับตัวเข้าสังคม ความเข้าใจ จิตนึกคิด และ ที่สำคัญการแสดงออกทางได้อารมณ์ เด็กออทิสติกนั้น เปรียบเสมือนผ้าขาวที่ ไร้เดียงสา ไม่ทันคน การปกป้องตัวเองไม่ดีนัก แต่ถ้าอยู่กับสังคมที่ดี เด็กก็จะซึมซับความดีไป แต่ถ้าอยู่ในสังคมที่ไม่ดี เด็กก็จะมีความคิดไม่มีเหมือนกันไปด้วย

การบำบัดรักษามีหลายวิธี เพื่อให้ตัวเด็กเองออกสู่สังคมโลกภายนอก ไม่ใช่อยู่แต่ในบ้านซึ่งไม่เจอผู้คน ทำให้เด็กไม่มีประสบการณ์ในการพบเจอผู้อื่นนอกเหนือจากครอบครัวตัวเอง การให้เด็กออกสู่สังคมนั้น เราต้องฝึกสอนเด็กให้เข้าใจว่าควรมีทักษะอย่างไรบ้าง สำคัญต้องกระตุ้นการพัฒนาการเด็กให้พร้อมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5

  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางกาย
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางสายตา
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางหู
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางจมูก
  • กระกระตุ้นประสาทสัมผัสทางลิ้น

สิ่งเหล่านี้เราควรทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งแต่เด็กยังอายุน้อยๆ จะทำให้เด็กซึมซับได้เร็วขึ้น ควรดูแลด้วยความรัก อย่างใกล้ชิด และ ต้องค่อยๆ ฝึกเด็กทีละนิดแบบค่อยเป็นค่อยไป พยายามต้องใจเย็นๆ  เพราะต้องคำนึงว่า เด็กออทิสติกนั้น จะเข้าใจอะไรยากกว่าเด็กปกติ