เด็กออทิสติก เป็นแล้วรักษาได้

ในสายตาของพ่อแม่แล้ว เชื่อว่าคงอยากให้ลูกของตัวเองที่เกิดมานั้นมีความปกติครบ 32 ประการ อย่างไรก็ดียังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ไม่ได้เป็นอย่างนั้น บางคนก็อาจจะมีความบกพร่องเล็กๆน้อยๆ แต่บางคนอาจจะเป็นมากทีเดียว ความผิดปกติหนึ่งที่พบเจออย่างมากในสมัยนี้คือ การเป็นโรคออทิสติก ที่เป็นแล้วพ่อแม่อย่าเพิ่งถอดใจเพราะสามารถรักษาให้หายหรือเหลือน้อยที่สุดได้ด้วยวิธีการต่อไปนี้

กรกระตุ้นประาทสัมผัส

พ่อแม่ที่มีลูกเป็นออทิสติก อย่างแรกที่พ่อแม่เริ่มต้นเพื่อปรับพื้นฐานของลูกน้อยของเรา ต้องเป็นเรื่องของการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้งห้าของร่างกาย เริ่มจากการกอดลูกพ่อแม่ควรทำบ่อยๆเพื่อสร้างความอบอุ่นในร่างกาย สองเรื่องของสายตาต้องพยายามให้เค้าสบตาบ่อยเวลาพูด สามเรื่องของหูให้เริ่มจากการกระซิบชื่อของเค้าใกล้ๆเพื่อให้เค้ารู้ว่าเค้าชื่ออะไร จากนั้นก็เพิ่มระยะห่างออกมาเรื่อยๆ สี่เรื่องกลิ่นพ่อแม่ต้องหาอาหาร หรือ สิ่งของต่างๆที่แตกต่างกันมาให้เค้าได้ดมกลิ่นเพื่อแยกแยะ และเรียนรู้สิ่งของไปด้วยในตัว สุดท้ายเรื่องลิ้นก็ทำเช่นกัน

การฝึกด้านสังคม

ถัดจากด้านร่างกายแล้ว ขยับมาที่ด้านสังคมบ้าง เด็กอทิสติกจะมีปัญหาเรื่องการแยกแยะความแตกต่างระหว่างบุคคล ส่วนมากจะเรียกเหมือนกันหมด อย่างเรียกผู้ชายทุกคนว่าพ่อ  หรือ ผู้หญิงทุกคนเรียกแม่ เลยทำให้พ่อแม่ต้องค่อยๆทำความเข้าใจ แต่ละคนในครอบครัวและใกล้เคียงว่าเป็นใครต้องเรียกอย่างไร เพื่อให้เข้าใจบทบาท

การฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง

เพื่อเป็นการเข้าสังคม(โรงเรียน) คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยเหลือเค้าในการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันต่างๆ เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดร่างกายอย่าง ล้างหน้าล้างตา แปรงฟัน อาบน้ำ เข้าห้องน้ำด้วยตัวเอง การแต่งกาย โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำ พ่อแม่อาจจะต้องทำสถิติว่าลูกน้อยของเรามักจะปวดเบา ปวดหนักตอนไหนเวลาเท่าไร จะได้สอนเค้าได้ถูกต้องว่า ต้องบอกว่า อึ หรือ ฉี่ เพื่อเข้าห้องน้ำ ส่วนการแต่งตัวอาจจะยากสักหน่อยหากเป็นกระดุม หรือตะขอ ถ้าเป็นได้ควรเริ่มจากเสื้อยืดจะดีกว่าแล้วค่อยฝึกกันไป

การพูดและเปล่งเสียง

เรื่องสำคัญของการฝึกเด็กออทิสติกต้องเป็นเรื่องของการเปล่งเสียง และการพูดสื่อสาร เนื่องจากพวกเค้าจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร และการออกเสียง ตรงนี้คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องพาไปพบผู้เชี่ยวชาญเรื่องการออกเสียง เค้าจะมีวิธีหลอกล่อให้อ้าปาก ขยับลิ้นได้ดีจากนั้นเราค่อยมาฝึกกันต่อที่บ้าน นอกจากวิธีที่เราแนะนำไปนี่ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่น่าสนใจในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดนตรี ศิลปะ หรือ อาชาบำบัดก็มี อย่างไรก็ตามขอให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนสู้ๆ และอดทนเอาไว้นะ