มีงานไดบ้างที่คนเป็นออทิสติกทำได้

อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าการเป็นโรคออทิสติกก็คืออาการที่เกิดขึ้นทางสมองตั้งแต่เด็กนั่นหมายความว่าพัฒนาการของเด็กเป็นออทิสติกจะช้าและไม่เหมือนกับเด็กทั่วไปที่มีระดับสมองเติบโตได้ตามวัย พ่อแม่ที่มีลูกป่วยเป็นออทิสติกนอกจากจะมีความเป็นกังวลเรื่องของการใช้ชีวิตสำหรับเด็กแล้วยังเป็นกังวลอีกว่าในอนาคตพวกเขาจะมีงานทำหรือไม่เนื่องจากอาชีพส่วนใหญ่ก็ต้องเลือกใช้งานคนที่มีศักยภาพในการทำงานปกติมากกว่าคนที่มีปัญหาทางด้านสมองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามทุกวันนี้สังคมได้เปิดโอกาสให้กับผู้ที่ป่วยเป็นออทิสติกได้สามารถมีอาชีพเพื่อหาเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้แล้ว

งานที่คนเป็นออทิสติกสามารถทำได้

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กที่ป่วยเป็นออทิสติกไม่ได้หมายความว่าสมองของเขาไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย เพียงแค่การรับรู้ของเด็กเหล่านี้จะช้ามากกว่าคนปกติทั่วไป การเรียนรู้ต่างๆ ก็จะช้าตามไปด้วยดังนั้นอาชีพที่เหมาะสมกับคนเหล่านี้จึงต้องเป็นอาชีพที่ผ่านการพิจารณามาในระดับหนึ่งซึ่งก็ต้องอยู่กับสังคมที่ให้โอกาสเด็กเหล่านี้ในการเปิดรับเข้าทำงานด้วย ตัวอย่างเช่นมีบริษัทหลายๆ บริษัทที่เปิดรับสมัครงานให้กับผู้ป่วยออทิสติกในการทำงานภายในออฟฟิศเช่น การคีย์ข้อมูลตามรายละเอียดลงคอมพิวเตอร์, การเดินเอกสารทั่วไป เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการเปิดโอกาสจากศูนย์ฝึกอาชีพแรงงานหรือโรงเรียนสารพัดช่างทั้งหลายให้คนป่วยออทิสติกได้มีโอกาสฝึกอาชีพที่เหมาะสมกับตนเองและสามารถนำไปประกอบอาชีพในอนาคตได้ อย่างเช่น การฝึกอาชีพเกี่ยวกับการเย็บปักถักร้อย, ฝึกอาชีพด้านการจัดดอกไม้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สามารถสร้างอาชีพให้กับผู้ป่วยออทิสติกได้ทั้งสิ้นเพียงแต่ว่าสังคมเองต้องรู้จักให้โอกาสคนที่ป่วยเป็นโรคนี้ให้แสดงความสามารถที่พวกเขามีอยู่ เข้าใจได้ว่าความปกติอาจไม่เทียบเท่ากับคนทั่วไปได้ 100% แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากการจ้างงานของผู้ป่วยออทิสติกก็คือความตั้งใจ ความทุ่มเท พร้อมที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่นายจ้างต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นจุดเด่นที่ทำให้ผู้ป่วยออทิสติกสามารถทำงานเหมือนคนทั่วไปได้

หากจะถามว่างานใดที่เหมาะสมกับคนเป็นออทิสติกก็ต้องย้อนกลับไปถามสังคมด้วยว่าให้โอกาสพวกเขาต่อการแสดงศักยภาพด้านการทำงานมากขนาดไหน ถ้าหากให้โอกาสมากไม่ว่างานไหนก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนป่วยออทิสติก ซึ่งจะทำได้ดีแค่ไหนนั่นก็อีกเรื่องแต่ถ้าหากให้พวกเขาลองแล้วสามารถทำได้จริงก็ถือว่าคุ้มค่าและประสบความสำเร็จกับการให้โอกาสการทำงานต่อคนป่วยออทิสติก