อยู่กับเด็กออทิสติกด้วยความเข้าใจ

autistic

เด็กออทิสติกนั้น เป็นกลุ่มเด็กที่ไม่เหมือนกับคนทั่วไป ซึ่งเราจะต้องเข้าใจในตัวเขาและโลกของเขา เพื่อให้เราสามารถดูแลเขาได้อย่างถูกต้อง และเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้เขาได้มีชีวิตที่ดีมีความสุขนั่นเองครับ ในวันนี้ผมจึงมีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับออทิสติกมาฝากคุณผู้อ่านทุกคนครับ

ทำความรู้จักกับออทิสติก

ออทิสติก ถือว่าเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งออทิสติกจะเป็นอาการที่อยู่ในกลุ่ม PDD หรือมีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า Pervasive Developmental Disorders เป็นอาการที่มีความบกพร่องแบบทุกด้าน ซึ่งจะสามารถแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดเมื่ออยู่ในวัยเด็ก คือ การพัฒนาการต่างๆ จะไม่เป็นไปตามปกติอย่างที่เด็กควรจะเป็นนั่นเองครับ โดยพัฒนาการของเด็กที่เป็นออทิสติกนั้น จะไม่สามารถมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้เหมือนกับคนปกติ ไม่ว่าจะเป็นพัฒนาการด้านภาษาการสื่อสารและความหมาย หรือแม้แต่พัฒนาการทางด้านสังคมครับ

เข้าใจออทิสติก

การทำความเข้าใจเด็กออทิสติกนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและมีความจำเป็น เป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ไม่รู้สึกรำคาญหรือหงุดหงิด แต่เราจะเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ ซึ่งการทำความเช้าใจเด็กออทิสติกไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปิดใจยอมรับ เพียงแค่เราเข้าใจ เห็นอกเห็นใจสิ่งที่เขาเป็น และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา เท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว

อยู่ร่วมกันกับเด็กออทิสติก

เด็กออทิสติกนั้น ถึงแม้ว่าเขาจะมีความบกพร่องในเรื่องพัฒนาการด้านต่างๆ ของร่างกาย แต่เด็กออทิสติกกลุ่มนี้ ก็จะมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ทั่วไปในสังคม เราจะต้องปฎิบัติกับเขาเช่นเดียวกับคนอื่น ไม่มีการแบ่งแยก หรือทำให้เขารู้สึกว่าแปลกไปจากคนอื่น แต่ในทางกลับกัน เราจะต้องเอาใจใส่ดูแลพวกเขา และเพิ่มเติมความรักความห่วงใยต่างๆ ไปด้วย ถ้ามีโอกาสก็ควรที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เพื่อให้เขาได้แสดงความสามารถออกมา และจะทำให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นมีค่า ซึ่งการทำกิจกรรมต่างๆ นั้นถือว่าเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะให้กับเด็กออทิสติก ไปในตัวด้วยนั่นเองครับ

คนเราทุกคนเมื่อเกิดมาอยู่บนโลกใบนี้แล้ว ไม่สามารถเลือกเกิดได้ว่าต้องการจะเป็นอะไร หรือให้ออกมาเป็นในรูปแบบไหน ดังนั้นเมื่อเกิดอะไรก็ตาม ขึ้นมาแล้วนั้น ตัวเราไม่ว่าจะอยู่ในฐานะพ่อแม่ หรือคนทั่วไปก็ต้องเปิดใจยอมรับสิ่งต่างๆ และเข้าใจในสิ่งที่เป็นและสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่าสิ่งนั้นจะผิดปกติไปจากเดิมก็ตาม เพื่อให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างมีความสุขนั่นเองครับ

การดูแลและการเรียกเด็กออทิสติกอย่างถูกต้อง

autisminfo-1

ออสทิสติกเป็นโรคชนิดหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ของมารดา เป็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นจากสมองเนื่องจากการได้รับสารเคมีหรือสิ่งที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์เข้าไปในร่างกายทำให้การเจริญเติบโตที่ผิดปกติทำให้เกิดการเจริญเติบโตของสมองได้ไม่ดีนัก  เช่น การทานยาที่ไม่พึงประสงค์, การทำแท้ง, รับประทานอาหารไม่มีประโยชน์เข้าไปมากๆ สิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กที่อยู่ในท้องและเพิ่มโอกาสเสี่ยงเกิดโรคออทิสติกได้ หากเด็กเกิดขึ้นมาแล้วเราควรดูแลเขาให้ดีกว่าเด็กที่ปกติ 2 เท่า เพราะสมองสั่งการช้า ความคิดของสมองหยุดการพัฒนาไว้ที่ 7 ขวบเท่านั้น รูปร่างที่โตเหมือนเด็กautisminfo-2ทั่วไปอาจจะทำคนอื่นมองดูเด็กลุ่มนี้แปลกไป บางครั้งอาจจะใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพเรียกเด็ก ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่เกิดความไม่พอใจ วันนี้เลยอยากจะมาพูดถึงเรื่องการใช้คำที่ถูกต้องสำหรับเด็กออทิสติก ว่าจะเรียกอย่างไรกันดี ชื่อแรกที่มักจะได้ยินกันบ่อยๆนะครับคือ เด็กพิเศษ ครับ เป็นคำที่ให้ความหมายที่ดีและสุภาพ ส่วนตัวผมพบเด็กพวกนี้จะเข้าไปพูดคุยและช่วยเป็นกำลังใจให้ครอบครัวทุกๆครอบครัว สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว เราจะต้องทำมันให้ดีที่สุด เลี้ยงเขาไปจนโต เด็กพิเศษ บางคนกลายเป็นเด็กอัจฉริยะ โดยการเล่น เกมส์บางชนิดที่คนปกตินั้นไม่สามารถเล่นได้ การอยู่การกิน ไม่ได้แตกต่างกับเด็กที่ปกติมากนัก อาหารที่ทานควรจะเป็นอาหารที่มีการย่อยง่าย อย่างเช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊ก เพราะเราไม่รู้เลยว่าบางครั้งเด็กพิเศษจะเคี้ยวข้าวจนละเอียดหรือไม่ ถ้าหากไม่ละเอียดอาจเกิดปัญหาตามมา อย่างเช่น เศษอาหารเข้าไปอุดตันในช่องทางลม ทำให้ระบบการหายใจนั้นไม่สะดวกและเกิดอันตรายได้ ข้อความระวังต่อมา หลีกเลี่ยงอาหารที่มีความแข็ง หรือมีก้าง เช่น ปลาที่มีก้างเยอะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ อาหารที่มีกระดูกแข็งๆก็ควรจะหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาหากเราดูแลไม่ทั่วถึง

เด็กออทิสติกแปลเปลี่ยนชีวิตตัวเองกลับมาเหมือนคนปกติได้

true

ถ้าหากถามถึงในปัจจุบันนี้คนไทยส่วนใหญ่มีการเกิดแก่จับตายเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งการเกิดใหม่ของเด็กไทยในปัจจุบันนั้นก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบหรือที่เราเรียกว่าเด็กออทิสติกซึ่งก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนเลยว่าเด็กออทิสติกคืออะไรคือเด็กที่มีปัญหาทางสมองที่ไม่สมบรูณ์เต็มร้อยซึ่งก็มีหลายปัจจัยเสี่ยงเช่นกันที่จะทำให้เกิดเด็กที่มีปัญหาทางด้านนี้ซึ่งปัจจัยที่จะเป็นได้ก็ส่วนหนึ่งมาจากพ่อแม่เพราะว่าในการตั้งท้องนั้นถ้าพ่อแม่ไม่สมบรูณ์ก็อาจจะทำให้ลูกที่ออกมานั้นร่างกายไม่แข็งแรงมากและก็มีอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือเป็นที่ตัวพ่อแม่เองที่ดูแลตนเองไม่ดีแล้วส่งผลให้เด็กในท้องเป็นแบบนั้นแต่ๆจริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรถูกหรือผิดหลอกในด้านหลังของวิทยาศาสตร์ถ้าหากถามว่าเด็กออทิสติกแปลเปลี่ยนชีวิตตัวเองกลับมาเหมือนคนปกติได้ไหมเราบอกเลยว่าในหลักวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้เท่าไหร่แต่ก็มีการยับยั้งไม่ให้รามไปมากกว่าเดิมได้แต่ในหลักแง่ความเป็นจริงนั้นเด็กออทิสติกนั้นเด็กที่ไม่สามารถรับรู้หรือฟังภาษาของคนปกติได้แต่อีกส่วนนึงก็มีเด็กบางคนที่มีปัญหาทางสมองแล้วสามารถที่จะรับฟังหรือคำสั่งที่บอกพูดภาษาทั่วๆ ไปแล้วสามารถเข้าใจได้เองแต่ต้องใช้การพูดหรือการบอกหลายๆ ครั้งหน่อยเพราะว่าประสาทการคิดคำนวณของเขานั้นช้ากว่าคนปกติถึง 2 เท่าเลยทำให้เข้าใจได้ยากหน่อยแต่ถ้าหากถามถึงว่าเด็กพวกนี้นั้นสามารถอยู่ร่วมในสังคมไทยได้หรือไม่เราก็ขอตอบเลยว่าได้ แต่ต้องอยู่ในการดูแลอย่างใกล้ชิดของญาติของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด นี่ก็คือเนื้อหาที่ตอนนี้สังคมไทยกำลังพูดถึงและกำลังเป็นที่จับตามองว่าจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่

ปัญหาเด็กออทิสติกที่สังคมกำลังมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กอัจฉริยะ

aspx

ในสังคมไทยตอนนี้นั้นกำลังมองว่าปัญหาเด็กออทิสติกที่สังคมกำลังมองว่าเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กอัจฉริยะได้หรือไม่จริงๆ แล้วปัญหาเด็กออทัสติกนั้นเกิดขึ้นได้เลยปัจจัยหลายสาเหตุไม่ใช่เกิดกับตัวเด็กเองเพียงคนเดียวจริงๆ แล้วนั้นเกิดจากตัวพ่อแม่นั้นเองว่าตอนต้องท้องนั้นได้ทำอะไรไปมั่งแล้วมันส่งผลกระทบกับตัวเด็กน้องท้องหรือไม่เวลาออกมานั้นถึงได้เป็นเด็กมีปัญหาหรืออีกอย่างก็คือเด็กออทิสติกแต่ก็มีการวิจัยมาว่าเด็กออทิสติกสามารถรักษากลับมาเป็นเหมือนคนปกติได้แล้วมีโอกาสกลับมาเป็นเด็กอัจฉริยะเหนือกว่าคนปกติทั่วๆ ไปอีกด้วยซึ่งผลการตรวจวิจัยนั้นก็ได้มีมากและแพร่หลายเข้าไปในหลายๆ ประเทศให้เกิดในการคิดว่าเคราะห์และแนวทางของเด็กที่มีปัญหาทางด้านสมองว่าถ้าให้เด็กที่มีปัญหาทางด้านสมองมาคิดคำนวณเลขบวกลบคูณหารว่ามันจะสามารถทำได้ไหมผลสรุปออกมาว่าเด็กนั้นสามารถทำได้แต่ก็ไม่ได้ถูกต้องเสมอไปแตกต่างจากปกปกติโดยทั่วไปแต่ถามว่าทางด้านระบบประสาทของสมองยังรับการสั่งการอยู่หรือไม่ยังอยู่ดียังเข้าใจและรับรู้ความหมายได้ซึ่งปัญหานี้นั้นมันก็มีทางออกหรือวิธีทางแก้ซึ่งเราจะสังเกตได้ง่ายๆ เลยว่าออทิสติกนั้นจะมีประสาทความรู้สึกที่ไวกว่ามนุษย์ทั่วๆ ไปมากเคยมีการสังเกตว่านำเด็กที่มีปัญหาทางสมองและเด็กปกติโดยทั่วๆ ไป มาขังอยู่ในห้องเดียวกันแล้วก็ปิดไฟหลังจากนั้นก็ทิ้งก้อนหินแล้วเราก็มาสังเกตกันว่าปฏิกิริยาของประสาทสัมผัสใครจะเร็วกว่ากันกลับกลายว่าเป็นเด็กที่มีปัญหาทางสมองมีการตอบสนองที่ไวกว่า 2 เท่า ต่างจากเด็กปกติทั่วไปที่ได้ยินแต่ประสาทกับรับรู้นั้นจะตอบช้ากว่ามากอย่างเห็นได้ชัดเราเลยมองว่าปัญหาเด็กออทิสติกจะเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กอัจฉริยะ

คำว่าอัจฉริยะกับออทิสติกมีเส้นขีดระหว่างเส้นบางๆ

albertเราเคยได้ยินกับคำเหล่านี้มามาก กับคำว่าคำว่าอัจฉริยะกับออทิสติกมีเส้นขีดระหว่างเส้นบางๆ ส่วนมากความอัจฉริยะเหล่านั้น ก็ถูกปิดกั้นตั้งแต่รู้ว่า เด็กเกิดมาพบกับอาการผิดปกติ ผู้ใหญ่จึงเน้นรักษามากกว่าส่งเสริมให้เด็กทำในสิ่งที่ชอบ ส่วนมากเด็กออทิสติกจะมีปัญหาในการเข้าสังคม ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยดี การอาตัวรอด แต่สิ่งที่ทดแทนมานั้น ถ้าตัวเด็กใจจดใจจ่อกับสิ่งใดสิ่งนึ่ง เขาจะทำได้ดีกว่าคนปกติ เพราะเขาจะศึกษาใจจดใจจ่ออยู่เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ทำให้เขามีทักษาความชำนาญมากเป็นพิเศษ จึงคนทั่วไปเรียก เด็กเหล่านั้นว่า อัจฉริยะ

มีคนดังเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โลกมากมาย ยกตัวอย่าง อัลเบิร์ต ไอสไตน์ อัจฉริยะมีความเป็นเลิศ ในเรื่อง คณิตศาสตร์ และ ฟิสิกส์ แต่ในช่วงตอนเด็กเขาเริ่มพูดได้ในตอน อายุ 3 ขวบ ซึ่งช้ากว่าเด็กธรรมดาทั่วไป การเขียนหนังสือ สะกดคำ ไม่ค่อยได้ รวมถึงบุคลิกภาพ ซึ่งตัวเขาเองสไตการแต่งตัว ผมไม่ตัด ซึ่งผิดกับสไตในช่วงนั้นอย่างสิ้นเชิง ส่วนสำหรับ เด็กออทิสติกเราสำรวจพบกว่า ร้อยละสิบ เด็กจะมีความเป็นอัจฉริยะในตัว กลุ่มนี้จะถูกขนามนามว่า Autistic Savant ออทิสติกซาวองก์ บางคนอาจจะแสดงออกมาตั้งแต่ยังเด็ก หรือ รอเวลาที่แสดงออก และสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก เด็กบางคนอาจจะถูกปิดกั้นความเป็นอัจฉริยะลงไปง่ายๆ สาเหตุเรื่องหลักๆนั้น ผู้ปกครองมักจะรักษาบำบัด แต่การเข้าสังคมมากเกินไป จึงเกิดจากการปิดกั้นในการรับรู้ ไม่ให้หมกมุ่นในการทำบางสิ่งบางอย่าง เช่น ไม่ให้เด็กได้ดูทีวี เล่นคอมพิวเตอร์ เพราะมันไม่ส่งเสริมในด้านทักษะสังคม ซึ่งบางครั้งความคิดเหล่านั้นได้ ทำลายความเป็น อัจฉริยะ ไม่ให้เด็กได้แสดงออกมาให้เห็นเลย เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก

messiตอนนี้มีข่าวลือมาว่า นักฟุตบอล ชื่อดังอย่าง เลียวเนล เมสซี ได้ถูก โรมาริโอ ชื่นชมว่า เขาอาจเป็นเด็กออทิสติก ประเภทเดียวกับ เซอร์ ไอแซ็คนิวตัน และ อัลเบิร์ต ไอน์สไนต์ อัจฉรินะก้องโลก นั้นมีอาการ แอสเพอร์เกอร์ ซินโดรม ซึ่งอาการจะเป็นประเภทถ้าสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งจะมีสมาธิใจจดใจจ่อมากกว่าคนปกติ ทำให้ เมสซี่ มีทักษะทางด้านกีฬาฟุตบอลและเก่งถึงขนาด ผู้คนทั่วโลกขนานนามว่า เขามาจากนอกโลก หรือ เป็นมนุษย์ต่างดาวนั้นเอง

การดูแล บำบัดรักษา เด็กออทิสติก อย่างถูกวิธี

              treatment-for-autism  สาเหตุจากโรค ออทิสติก นั้น ยังหาข้อสรุปในทางการไม่ได้ จึงยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถบรรเทารักษาอาการเหล่านั้น ให้ดีขึ้นได้ หากได้ดูแลรักษาที่ถูกวิธีตั้งแต่ยังเด็ก และ ทำต่อเนื่อง แต่ส่วนนึ่งที่สามารถเรียนรู้ เหมือนกันเด็กๆปกติทั่วไป แต่ปัญหาที่เหลืออยู่ยังไม่สามารถหายขาดได้ อย่างเช่น การปรับตัวเข้าสังคม ความเข้าใจ จิตนึกคิด และ ที่สำคัญการแสดงออกทางได้อารมณ์ เด็กออทิสติกนั้น เปรียบเสมือนผ้าขาวที่ ไร้เดียงสา ไม่ทันคน การปกป้องตัวเองไม่ดีนัก แต่ถ้าอยู่กับสังคมที่ดี เด็กก็จะซึมซับความดีไป แต่ถ้าอยู่ในสังคมที่ไม่ดี เด็กก็จะมีความคิดไม่มีเหมือนกันไปด้วย

การบำบัดรักษามีหลายวิธี เพื่อให้ตัวเด็กเองออกสู่สังคมโลกภายนอก ไม่ใช่อยู่แต่ในบ้านซึ่งไม่เจอผู้คน ทำให้เด็กไม่มีประสบการณ์ในการพบเจอผู้อื่นนอกเหนือจากครอบครัวตัวเอง การให้เด็กออกสู่สังคมนั้น เราต้องฝึกสอนเด็กให้เข้าใจว่าควรมีทักษะอย่างไรบ้าง สำคัญต้องกระตุ้นการพัฒนาการเด็กให้พร้อมในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5

  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางกาย
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางสายตา
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางหู
  • การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางจมูก
  • กระกระตุ้นประสาทสัมผัสทางลิ้น

สิ่งเหล่านี้เราควรทำอย่างต่อเนื่อง ทั้งแต่เด็กยังอายุน้อยๆ จะทำให้เด็กซึมซับได้เร็วขึ้น ควรดูแลด้วยความรัก อย่างใกล้ชิด และ ต้องค่อยๆ ฝึกเด็กทีละนิดแบบค่อยเป็นค่อยไป พยายามต้องใจเย็นๆ  เพราะต้องคำนึงว่า เด็กออทิสติกนั้น จะเข้าใจอะไรยากกว่าเด็กปกติ

สาเหตุของโรคออทิสติก เกิดขึ้นเพราะอะไร

Autistic Disorder

โรคออทิสติก เป็นกลุ่มโรคที่เกิดมาจากสาเหตุหลายอย่าง ความผิดปกติโดยกำเนิด หรือ เกิดจากสารเคมีบางอย่างของสมอง ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาของร่างกายและจิตใจของเด็กที่เป็นโรคนี้ ไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านภาษาที่ช้า ร่างกายที่ไม่ค่อยตอบสนอง  ทางการแพทย์เชื่อว่า โรคออทิสติก เกิดมาตั้งแต่เด็กน้อยยังอยู่ในครรภ์มารดา แต่ละคนที่เป็นโรคนี้ มักจะมีอาการที่แตกต่างกันอยู่บ้าง บางคนจะแสดงอาการอย่างชัดเจน แต่สำหรับเด็กบางคนกลับมีอาการตอนโตแล้ว หากท่านใดสังเกตลูกแล้ว มาอาการดังกล่าว ให้รีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางดีกว่า เพื่อจะได้ทำการรักษาต่อไป ต้องยอมรับกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น และช่วยการพัฒนาให้เด็ก มีความเจริญเติบโตเหมือนกับเด็กทั่วไป ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาระยะแรก เพิ่มโอกาสให้เด็กกลับมาปกติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ครอบครัวจะสมบูรณ์แบบถ้าทุกคนร่วมมือกัน สมัคคีย์พ่อแม่ลูก ชีวิตก็จะเกิดแต่ความสุขนะค่ะ

การพัฒนาทางด้านภาษาพูดช้า หรือ ถึงเมื่อเวลาเด็กปกติพูด ก็ยังไม่สามารถพูดได้เหมือนคนอื่นๆ พูดคำซ้ำๆ ไม่เป็นภาษา ฟังแล้วอาจจะไม่เข้าใจ สำเนียงไม่เหมือนใคร พูดคำไม่ที่ไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ซึ่งพ่อแม่จะสังเกตได้มากกว่าใคร เพราะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เมื่อแรกเกิดจะเลี้ยงมาด้วยความรักกันอยู่แล้ว ยิ่งคนที่มีลูกหลายคนจะเข้าใจและเห็นพฤติกรรมเด็กได้เป็นอย่างดี

การพัฒนาด้านสังคม ไม่สบตา ไม่มองหน้าคนที่เข้ามาหา อารมณ์ไม่ปกติ เพราะโดยส่วนมาก เด็กปกติจะเข้าหาคนที่ชื่นได้ดีและอยากได้สิ่งของต่างๆ แต่สำหรับเด็ก ออทิสติก จะไม่สนใจอะไรเลย ไม่มีอารมณ์ ชอบเล่นคนเดียว อยู่คนเดียว ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ จะวิ่งหนีเมื่อมีคนเข้ามาหา ไม่มีเพื่อน และที่สำคัญ คือ จะไม่เรียกร้องความช่วยเหลือจากใคร เมื่อสังเกตแล้ว ท่านสามารถปรึกษาแพทย์ได้เลย รู้เร็วหายไว้ อย่างแน่นอนค่ำ เป็นกำลังใจให้อีก 1 คนนะค่ะ

โรคออทิสติก คือ อะไร มีคำตอบ

Autistic Disorder

โรคออทิสติก คือ ความบกพร่องของร่างกายมนุษย์ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงวัยเกิด ซึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาแบบรอบด้าน จะแสดงอาการออกมาในด้านพฤติกรรม ความสนใจ และกิจกรรมที่ผิดปกติ ไม่เหมือนคนทั่วไป เรียกง่ายๆว่า มีการพัฒนาทางด้านสมองที่ช้ากว่านั้นเอง ทั้งในเรื่องการเรียน การศึกษา สังคม และภาษา ในส่วนมากจะสังเกตได้ไม่ยาก เพราะเมื่อเกิดมาจะเจริญเติบโตช้ามาก เช่น เด็กที่เกิดมาในอายุ 1 ขวบ จะเริ่มพูดจาได้แล้ว หรือ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับเด็กที่เป็นโรคออทิสติก จะพูดยังไม่ได้ และมีสติปัญญาที่ไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การสังเกตและอาการบ่งชี้ง่ายๆ สมัยนี้สามารถหาอ่าน เพื่อทำความเข้าใจและดูแลเด็กได้เลย โดยไม่ต้องกังวลอะไรมากมาย วิธีการป้องกัน เพื่อไม่ให้เด็กเกิดมาเป็นโรคนี้ ในเวลาที่เราต้องท้อง รู้ไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่มีความสนใจมากเลยทีเดียว

วิธีการสังเกต โรคออทิสติก

Autistic Disorder

1.เด็กที่เกิดมาจะดูดนมแม่ได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ เริ่มมีอากาศไม่เหมือนเด็กทั่วไป หรือ สมองช้า

2. มีลักษณะอากาศเงียบผิดปกติ ไม่ค่อยสนใจอะไรสักเท่าไหร่

3.ไม่ค่อยสนใจ เมื่อมีผู้คนเข้ามากอด หรือ เข้ามาดูแลเอาใจใส่

4.เด็กน้อยจะไม่แสดงท่าทางดีใจ เสียใจ ส่งเสียงเรียกต่างๆ

5.บางคนอาจจะไม่สนใจใคร แต่สำหรับบางคนก็จะติดคนที่ดูแลมากๆเลยค่ะ

6.การไม่สบตาใครเลย ไม่ตอบสนองเหมือนเด็กที่พึ่งโต

7.ไม่ส่งเสียงงอแง ชี้นิ้ว หรือ พูดง่ายๆว่า เรียกร้องความสนใจเป็น

8.เมื่อเราพูดคุยด้วย จะไม่ตอบสนองทางด้านอารมณ์ใดๆ บางคนก็จะแสดงออกมากเกินไปเหมือนกัน

9.การผูกพันกับสิ่งของต่างๆ ก็มักจะชื่นชอบสิ่งใดนั้นๆ เท่านั้นเอง

10.ความรู้สึกทั้งหมดนี้ ผู้เลี้ยงดูจะสังเกตได้เอง โดยจะแสดงอากาศชัดเจน เมื่ออายุได้ประมาณ 3- 5 ขวบ